[Fic the GazettE]...Contrariant Mind...[02]
posted on 30 Jun 2011 12:29 by yuliyafiction
ตอนแรกกะว่าจะปั่นศจ....ริคชาร์ลส์ต่อแม้ๆ ไหงเอาความจิตมาลงที่อิเจ๊อีกแล้วก็ไม่รู๊วววววววววววววว
ก็เขาไม่กล้าทำร้ายศจ.คุณหนูแบบที่ทำกับเจ๊นี่น่า << ลำเอียง??
[Sumire]
รักนาย...รักนาย...รักนาย..
....ฉันรักนาย!!
แม้จะพูดคำนี้ดังเพียงไหน พร่ำบอกคำรักซ้ำซ้้าหรือมากมายเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว ....เพราะไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มีนายอยู่อีกแล้ว
...บนโลกใบนี้ไม่มีนายอยู่อีกแล้ว
'เรย์ตะ'
“จากการสแกนคลื่นสมองไม่ผิดความผิดปกติอะไรที่ชัดเจน น่าจะมาจากอย่างอื่นมากกว่าอุบัติเหตุ ถ้าจะให้ฉันสันนิษฐาน ฉันว่า ‘ตัวคนไข้’ เอง น่าจะมีการกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจมาก่อน จึงมีความต้องการที่จะลืมบางสิ่งบางอย่าง อ๋อ...แล้วก็ผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดออกมาแล้วนะ”
แพทย์หนุ่มหน้าสวยนามซากิโตะผู้รัวเร็ว แฟ้มเอกสารวินิจฉัยถูกโยนลงตรงหน้า ร่างสูงเปิดอ่านคร่าวๆ อย่างไม่ใส่ใจในทีแรก แต่พอถึงผลช่วงท้ายๆ คิ้วเรียวยาวก็ขมวดหม่น มือขาวปิดแฟ้มลง ก่อนจะเบือนสายตามายังคนที่รออยู่เพื่อขอคำตอบ
“ใช่... คนไข้นายคนนี้มีร่องรอยการถูก ‘ล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนัก’ อย่างรุนแรง”
หนุ่มร่างเพรียวยิ้มเยาะบางๆ เป็นรอยยิ้มเหยียดหยันที่ไม่แน่ชัดว่ามอบให้ใคร ก่อนจะเอ่ยถามต่อ
“แล้วได้ติดต่อญาติหรือคนรู้จักเพื่อแจ้งให้ทราบหรือยัง?”
อุรุฮะส่ายหน้าช้าๆ ก่อนตอบ
“ไม่มีหลักฐานบ่งบอกตัวตนอะไรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเรื่องจะตามหาญาติน่ะ ลืมไปได้เลย ส่วนชื่อที่จำได้ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ชื่อจริง”
พูดเสร็จก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ดูท่าอะไรก็ยุ่งยากไปซะหมด...
ร่างสูงเสยผมสีทองยาวของตัวเองด้วยความยุ่งยากใจ เขาไม่เคยชอบเรื่องยุ่งยาก จึงอะไรสลับซับซ้อนนี่ขอลาก่อนเลย ที่มาเป็นหมอนี่ก็เพราะ....
‘เฮ้ย! เก่งนี่หว่า เรียนหมอดิวะอุรุฮะ!!’
เรย์ตะพูดอย่างตื่นเต้น เมื่อเห็นเขาทำแผลให้บนเองอย่างเรียบร้อย แถมเบามืออีกตั้งหาก
‘จะบ้าเรอะ! เรียนยากจะตายห่า พอจบแล้วก็ต้องไปรักษาคนต่ออีก ยุ่งยากจะชัก ทำเป็นไม่รู้ไปได้ว่าฉันไม่ชอบยุ่งกับชาวบ้าน’
เขายังจำได้ดี...
ว่าตนเองตอบไปอย่างไร จำได้ทุกอย่าง
แม้กระทั่งรอยยิ้มร่าเริงที่แฝงความคาดหวังอย่างสุดใจไว้
‘อย่างน้อยก็ไว้รักษาฉันไงวะ! สบายจะตายมีเพื่อนเป็นหมอ แกเก่งทำได้อยู่แล้ว!!’
แค่นั้น...แค่เพราะสายตานั้นและน้ำเสียงที่คาดหวังนั้น ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะเรียนหมอ เพื่ออย่างน้อยๆ จะได้เห็นรอยยิ้มยินดีของเรย์ตะอีกหลายๆ ครั้ง และได้รักษา ‘เพื่อน’ คนสำคัญด้วยตัวเอง
แต่ตอนนี้.... ไม่มีอีกแล้ว
เจ้าของรอยยิ้มและน้ำเสียงอันคุ้นเคยนั้น หรือแม้แต่สายตาที่จ้องมองมาที่เขาอย่างซื่อตรงและร่าเริงคนนั้น
เสียงเคาะประตูฉุดเขาขึ้นจากภวังค์อีกครั้ง หลังจากคำอนุญาต ร่างบอบบางของนางพยาบาลสาวก็ก้าวเข้ามาในห้อง
“คุณหมออุรุฮะค่ะ คนไข้ห้อง 401 ‘อาโออิซัง’ ฟื้นแล้วค่ะ”
สิ้นคำเสียงหวานๆ ที่เอ่ยบอก ร่างสูงก็เอ่ยขอตัวกับเพื่อนสนิทร่วมสถาบันและงานไปทำตามหน้าที่ เขาเดินตามแผ่นหลังบางของหญิงสาวตรงหน้าไปเรื่อยๆ ในหัวก็ครุ่นคิดสิ่งที่กังวลใจมากมายไปด้วย
คนไข้คนนั้นมีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกติดใจ ดวงตาเรียวดำขลับคู่นั้น....ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก คุ้นเคย....ระคนเจ็บปวดแบบยากที่จะเข้าใจ
บานประตูสีขาวที่มีแผ่นเหล็ก ‘401’ ปรากฏแก่สายตา นางพยาบาลเปิดมันออกและผายมือให้เขาเดินนำเข้าไปก่อน สิ่งแรกที่เห็นคือแผ่นหลังที่ดูบอบบางราวกับจะแตกสลายได้ของผู้อยู่ในห้อง ปอยผมยาวสีดำระเรี่ยตามแผ่นหลังตัดกันกับสีขาวของชุดที่สวมใส่
เหมือนรู้ตัว...เจ้าของแผ่นหลังหันกลับมาสบตาเขา
นัยน์ตาเรียวสีดำขลับอันซื่อตรงระคนเลื่อนลอยนั้น ช่างคุ้นเคยและคล้ายคลึงในความทรงจำ
ใช่....
ดวงตาของคนคนนี้เหมือนกับ ‘เรย์ตะ’ …..
[Calm Envy]
ดวงตาที่เคยคมกริบและเย็นชาคู่นั้นกำลังมองผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ดูปวดร้าวระคนเยาะหยันในตัวเอง อาโออิมองด้วยความไม่เข้าใจ
...ทำไมกันล่ะ?
แต่เขาไม่กล้าเอ่ยถามหรือเปิดปากใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีเสียงสักนิดเล็ดรอดจากริมฝีปากแม้แต่น้อย ก่อนที่คนตรงหน้าจะมานางพยาบาลคนที่เฝ้าเขาอยู่ก็เอ่ยถามอะไรต่อมิอะไรไปมากมาย หากเขาไม่สามารถตอบได้แม้แต่น้อย
ในความทรงจำอันเลือนรางที่เหลืออยู่น้อยนิด มีเพียงแสงสว่างจ้า เสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก และ...น้ำเสียงคุ้นเคยที่เรียกผมซ้ำๆ ว่า ‘อาโออิ’ เสียงนั้น....ที่สร้างความหวาดกลัวให้จับใจ
ผมจึงได้รู้เรื่องราวคร่าวๆ ว่าผมประสบอุบัติเหตุจากการช่วยเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วจากนั้นแรงกระแทกจากรถชนก็ทำให้ผมล้มลงหัวฟาดพื้น ศีรษะแตกเย็บไปหลายเข็ม และคงได้รับความกระทบกระเทือนจากการกระแทกนั้นจนสมองเสื่อม....สูญเสียความทรงจำไปชั่วคราว
ผมมองหมอเจ้าของไข้ตัวเองคุยกับนางพยาบาล
ผมสีน้ำตาลทองยาวรับกับใบหน้าคมคายและผิวขาวจัดของเจ้าตัว รวมกับรูปร่างสูงสมส่วนและนัยน์ตาคมกริบสีเข้ม จากทั้งหมดที่ว่ามาจัดได้ว่าเป็นผู้ชายที่ดูดีจนหาตัวจับได้ยาก เพียงแต่ใบหน้ากับนัยน์ตานั้นเย็นชาราวน้ำแข็งและท่าทีไม่ใส่ใจใครนั้น ทำให้คนคนนี้ดูน่ากลัว ไม่ชวนให้ใครเข้าใกล้ไป
ไม่นานนักคนที่มองจ้องก็หันมา ขายาวๆ ก้าวมายังเตียงที่ผมกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ ตอนนี้นัยน์ตาคู่นั้นกลับมาเย็นชาเช่นเดิมแล้ว ในมือมีแฟ้มรายงานอาการที่ถูกส่งให้ระหว่างเดินเข้ามา
“อาการคุณไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมาก รอยเย็บบนศีรษะก็สมานตัวดี อีกไม่นานก็คงเอาไหม้ออกได้ ส่วนอาการอื่นๆ คุณของทราบจากพยาบาลแล้ว”
ร่างสูงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ก่อนจะปิดลง แล้วหันไปทางพยาบาลสาวข้างกายให้พูดต่อแทน
“แต่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถติดต่อญาติหรือคนรู้จักคุณได้เลย เพราะในตัวคุณไม่มีหลักฐานบ่งบอกตัวตนเลยค่ะ เกรงว่าคุณคงต้องอยุ่โรงพยาบาลเราต่อแม้จะหายดี แต่คงแค่ระยะสั้นๆ เพราะตอนนี้ทางเราเองก็ประสานงานกับทางตำรวจอยู่อีกไม่นานก็คงได้เรื่องไม่ต้องห่วงนะคะ”
อาโออิรับสั่งอย่างเลื่อนลอย ไม่รู้ทำไมเหมือนกันน่ะ....เขาไม่มีความรู้สึกกระตือรือล้นในการฟื้นฟูความทรงจำหรือตามหาคนรู้จักเลย สัญชาตญาณในใจเตือนอยู่ลึกๆ ว่า มันไม่ใช่สิ่งที่ดีกับตัวเองเอาซะเลยกับตามหาสิ่งที่หายไปจากความทรงจำเขาตอนนี้
“ห้องฉันมีห้องที่ไม่ได้ใช้อยู่ห้องหนึ่ง ถ้ายังไง...หลังจากหายดี แล้วยังเกิดจำอะไรไม่ได้ ในฐานะหมอเจ้าของไข้ ไปอยู่กับฉันก่อนก็ได้”
หมอหนุ่ม..หรือที่ในอนาคตเขาจะเรียกว่า ‘อุรุฮะซัง’ พูดขึ้นกลางปล้องอย่างผิดวิสัย จนพยาบาลที่ยืนข้างกันมองด้วยความงุนงง และเพื่อย้ำความจริงจังก็ซ้ำทับไปยังนางพยาบาลอีกที
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า? ริกะซัง”
“ม่ะ...ไม่น่ามีปัญหาอะไรน่ะค่ะ แต่เดี๋ยวขอดิฉันไปสอบถามกับหัวหน้าพยาบาลเพื่อความแน่นอนก่อนนะคะ” ร่างบางล่ำลั่กบอก ก่อนจะจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายหนุ่มสองคนในอยู่ในห้องผู้ป่วยที่ปราศจากเสียงใดใดไว้เบื้องหลัง
“คุณช่วยผมทำไม?”
ผมถาม... จากการสังเกตปฏิกิริยาคนรอบข้างและคาดเดานิสัยจากบุคลิกคนตรงหน้าแล้ว เรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่น่าจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่อีกฝ่ายคิดจะทำด้วยซ้ำ
...มนุษยธรรม จรรยาบรรณ ความเมตตา??
ไม่ว่าสิ่งไหนก็ดูจะเป็นไปไม่ได้ทั้งนั้น จะว่าเป็นคนรู้จักกันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงได้ติดต่อกับญาติตัวเองหรือรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเองมากกว่านี้แล้ว
คนที่ควรจะตอบคำตอบมองหน้าผมนิ่ง ราวกับพิจารณาอะไรบางอย่าง ดวงตาคู่คมนั้นจ้องเน้นมาที่ดวงตาผม....ดุจวิเคราะห์และค้นคว้าถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน
“ฉันก็แค่จะพิสูจน์อะไรบางอย่าง....มันก็เท่านั้น”
ร่างสูงยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือเรียวยาวสอดเข้าไปในกระเป๋าข้างของเสื้อกาวน์ที่สวมอยู่ ก่อนจะหันหลังเดินออกไป สวนกับนางพยาบาลที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เช่นเคย....เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทั้งสองหยุดคุยกันในระยะที่ไกลเกินกว่าเขาจะได้ยิน สีหน้าเรียบเฉยของแพทย์ผิดกับท่าทางร้อนรนของนางพยาบาลอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่จะก้าวออกไปจากห้องเมื่อธุระเสร็จสิ้นลง
นางพยาบาลคนนั้นผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินเข้ามาซักถามรายละเอียดจิปาถะกับผมอีกสองสามเรื่อง เมื่อผมไม่มีปัญหาอะไรเธอก็ดูล่วงใจ
สำหรับผมแล้ว....
เหมือนไม่มีอะไรจะเสียเลยนี่น่ะ? จำอะไรไม่ได้สักอย่าง...
ตอนนี้..
ไม่ว่าอะไรหรือกับใครก็ยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ
จู่ๆ ความคิดแบบนี้ก็ผุดขึ้นมาราวกับจิตใต้สำนึกผม ทำมันเพื่อประชดใครอย่างไรอย่างงั้น
TBC.
Talk Zone : ไม่ได้แต่งฟิคมานานมากกกกกกกกก ดองไว้หลายเรื่อง ไม่รู้คิดไงถึงได้หยิบเรื่องนี้มาแต่งต่อก่อนใครเพื่อน ทั้งๆ ที่ใจจริงอยากแต่ง Shiroki Yuutsu ให้จบก่อนแท้ๆ เอาเป็นว่าช่วยเม้นท์เป็นกำลังใจกับฟิคอะไรก็ไม่รู้นี้ด้วยนะคร้าาาาาาาาาาา